คำถามที่พบบ่อย การรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับนักศึกษา

c Expand All C Collapse All
มจธ. ได้รับการยืนยันว่าจะได้รับจัดสรรวัคซีนทางรัฐบาลก่อนเวลาไม่นาน เช่น มจธ.เพิ่งได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 มิ.ย. 64 ดังนั้น จึงต้องเปิดให้ลงทะเบียนในวันต่อมาทันที เพื่อให้นักศึกษาได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด

จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นกับการได้รับการจัดสรรวัคซีนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในล๊อตนี้ กำหนดการเป็นวันที่ 14 และ 15 มิถุนายน 64 ในช่วงบ่าย สำหรับให้บริการนักศึกษา
รอบการฉีดวันที่ 14 - 15 มิถุนายน ได้เป็น Oxford/AstraZeneca
มจธ. ไม่สามารถเลือกชนิดของวัคซีนได้ ขึ้นอยู่กับการจัดสรรของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น มจธ. จะไม่ทราบแผนชัดเจนว่าวัคซีนล็อตหน้าจะเป็นยี่ห้อใด แต่ก่อนการเปิดลงทะเบียนจะแจ้งให้นักศึกษาได้รับทราบก่อนล่วงหน้า
โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก ให้การสนับสนุนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสนับสนุนทางการแพทย์ประจำหน่วยฯ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพื่อส่งต่อกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ของผู้รับวัคซีน
มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนวัคซีนและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลการฉีดวัคซีนให้กับผู้ใช้บริการจากกระทรวงสาธารณสุข และได้รับความร่วมมือจาก กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นพันธมิตรในการจัดตั้ง รวมถึง มจธ. ยังได้รับการสนับสนุนทั้งเงินบริจาคในการดำเนินการ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ จากบริษัทเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง ดังรายนามดังนี้ https://covid-19.kmutt.ac.th/2021/06/หน่วยฉีดวัคซีนถาวรมหาว/
ในหน่วยฉีด มีบุคลากรทางการแพทย์เฝ้าระวังการเกิดอาการไม่พึงประสงต์หลังการฉีด และพร้อมให้ความช่วยเหลือ หรือส่งต่อโรงพยาบาล

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มีประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รัยความเสียหายจากการรับวัคซีน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและมีการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไว้ให้ด้วยแล้ว  https://covid-19.kmutt.ac.th/2021/06/ประกาศสำนักงานหลักประก-2/

แม้ว่า มจธ. พยายามประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ได้เพียงคาดว่าจะได้รับวัคซีนอีกครั้งในวันที่ 18 มิ.ย. 64 อย่างไรก็ตามไม่สามารถยืนยันวันเวลา จำนวน และชนิดของวัคซีนได้ในขณะนี้
นักศึกษาควรลงทะเบียนทันทีที่มีโอกาส ทั้งนี้หากนักศึกษาได้มีโอกาสรับวัคซีนจากทางมหาวิทยาลัย ระบบซึ่งมีการเชื่อมโยง IT บนเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักเดียวกัน จะตัดคิวนักศึกษาที่ยังไม่ได้ก่อนเองโดยอัตโนมัติ

ได้ ทั้งนี้หากนักศึกษาได้รับการฉีดวัคซีนจากที่ใดก่อน ระบบหมอพร้อมจะตัดคิวที่ได้จองไว้ภายหลังโดยอัตโนมัติ
ได้ เมื่อท่านฉีดวัคซีนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้อมูลจะไปแสดงที่ระบบสารสนเทศของกระทรวงสาธารณสุขว่าท่านได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และแสดงผลบน Application “หมอพร้อม” ซึ่งนักศึกษาควรลง Application และลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตน
ไม่มีค่าใช้จ่ายใดในการรับวัคซีน และไม่มีการคิดค่าบริการ มจธ. และอาสาสมัครทุกคน ภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการช่วยภาครัฐเร่งกระจายฉีดวัคซีน เพื่อความปลอดภัย และการก้าวผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ และงบประมาณตลอดจนครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ได้มาจากการบริจาคจาก บริษัทเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา ที่สนับสนุน มจธ. เพื่อให้ มจธ. ได้ช่วยประเทศไทย ได้ไปต่อ ดังรายนามตามลิ้งค์นี้
นักศึกษาสามารถสอบถามพยาบาลวิชาชีพก่อนการลงทะเบียน และ/หรือ ก่อนวันฉีดได้ที่ กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย Line: @HCU.KMUTT Facebook: HCU.KMUTT โทร: 02 470 8446 และก่อนการฉีดจะมีการคัดกรองเบื้องต้นในแบบฟอร์มการลงทะเบียน และจะมีการประเมินก่อนทำการฉีดวัคซีนอีกด้วย
วัคซีนโควิดซิโนแวค ใช้ในผู้อายุ18-59 ปี ฉีดจำนวน 2 ครั้ง (2 โดส) ฉีดสองครั้งห่างกัน 21 วัน (3 สัปดาห์) วัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ฉีดสองเข็มห่างกัน 8-12 สัปดาห์ ทั้งนี้หลังจากการฉีดเข็มที่ 1 จะมีการออกนัดหมายเพื่อรับการฉีดครั้งต่อไป
แม้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้วครบ 2 ครั้ง แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด นักศึกษายังต้องยึดหลักการป้องกันตัวเอง โดยต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ ลดการสัมผัส เลี่ยงการไปในพื้นที่เสี่ยงและทำกิจกรรมรวมกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอยู่
เนื่องจากวัคซีนโควิด 19 เป็นวัคซีนที่ผลิตออกมาไม่นาน และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการให้วัคซีนนี้ควบคู่กับวัคซีนอื่น จึงแนะนำให้เลี่ยงการรับวัคซีนโควิด 19 และวัคซีนชนิดอื่นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2- 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนโควิดและวัคซีนที่ต้องการใช้ร่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีนพร้อมกันและการรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ดีวัคซีนที่มีความจำเป็น เช่น เมื่อถูกสัตว์กัดให้ฉีดวัคซีน พิษสุนัขบ้าได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งช่วงเวลาเนื่องจากความเสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้ามีความสำคัญกว่า 

(ข้อมูลจากแนวทางการให้วัคซีนโควิด-19 ในสถานการณ์การระบาดปี 64 ของประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรค)