ประกาศมาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)

คำแถลงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กรณีเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19

อาจารย์ มจธ. ผลิตอุปกรณ์และปรับปรุงกระบวนการ เพิ่มกำลังผลิตหน้ากากอนามัยช่วยโรงงาน ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต 30%

บริษัทผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไทยมีเพียง 11 บริษัท และมีเพียง 2-3 บริษัทเท่านั้นที่เป็นบริษัทรายใหญ่ที่มีกำลังผลิตสูง โดย รศ.ดร.บวรโชค ผู้พัฒน์ และอาจารย์นพณรงค์ ศิริเสถียร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คุณไพศาล ตั้งชัยสิน นักศึกษาเก่าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และ นายทศพร บุญแท้ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม ได้ทำงานร่วมกับบริษัท ไทยฮอสพิทอล โปรดักส์ จำกัด หวังช่วยให้โรงงานขนาดใหญ่มีกำลังผลิตเพิ่มมากขึ้นในเวลาที่รวดเร็ว ใช้เงินลงทุนไม่มาก ร่วมกับใช้เครื่องเชื่อมอัลตราโซนิกแบบ Manual ที่ให้การผลิตต่ำกว่าเครื่องผลิตหน้ากากอนามัยแบบอัตโนมัติ

รศ.ดร.บวรโชค ผู้พัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิศวกรรมการเชื่อม กล่าวว่า บริษัท ไทยฮอสพิทอล โปรดักส์ จำกัด ที่ทางมจธ.ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยคิดวางแผนและผลิตอุปกรณ์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตนั้น เป็นบริษัทขนาดใหญ่มีกำลังการผลิตที่มีสัดส่วนประมาณ1 ใน 3 ของประเทศ ในช่วงนี้บริษัทเปิดงานการผลิตตลอด โดยเครื่องที่บริษัทใช้งานอยู่นั้นเป็นเครื่องแบบอัตโนมัติ 2 เครื่อง มีกำลังการผลิต โดยประมาณ 64,000 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน และเครื่องแบบกึ่งอัตโนมัติมีกำลังการผลิต โดยประมาณ 16,000 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน และมีการใช้เครื่องเชื่อมเชื่อมอัลตราโซนิกแบบ Manual จำนวน 60 เครื่อง โดยมีกำลังการผลิต 210,000 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน (เฉลี่ย 3,500 ชิ้น ต่อเครื่องต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน) ซึ่งทางบริษัทได้มีเพิ่มการทำงานเป็น 2 กะ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตในส่วนของเครื่องผลิตแบบอัตโนมัติสามารถทำได้และทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และลดเวลาการติดตั้งและการซ่อมบำรุง แต่เนื่องจากขั้นตอนการปรับปรุงต้องมีการปรับตั้งซึ่งอาจจะกระทบกำลังการผลิตในปัจจุบัน และเครื่องจักรยังจำเป็นต้องเร่งการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นทางมจธ. จึงมุ่งไปพัฒนาในส่วนของเครื่องเชื่อมเชื่อมอัลตราโซนิกแบบ Manual ที่ในบริษัทมีมากถึง 60 เครื่อง และมีกำลังการผลิตรวมถึง 210,000 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน โดยเครื่องนี้ต้องใช้พนักงานป้อนตัวหูเกี่ยวยางยืด (ear loop) ซึ่งกระบวนการที่ช้าและอีกทั้งต้องใช้ความชำนาญของพนักงาน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมาก ในขั้นตอนการเชื่อมหูเกี่ยวกับแผ่นหน้ากากอนามัยด้วยเสียง (ultrasonic) พนักงานที่มีชำนาญสามารถผลิตได้ประมาณ 4,800 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน แต่พนักงานที่ฝึกใหม่และมีจำนวนคนมากกว่า สามารถผลิตได้ประมาณ 1,200-2,000 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน รวมทั้งคุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอ

โดยในโครงการนี้ทาง มจธ. ได้เสนอการดำเนินการแบบเร่งด่วน คือ 1.ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของพนักงานและแก้ไขจุดที่เป็นคอขวดของงานเท่าที่จะทำได้ และ 2. ทำการออกแบบอุปกรณ์เสริมทำให้การเชื่อมหูเกี่ยว เร็ว และแม่นยำ โดยพนักงานไม่ต้องคอยเล็งว่าตรงหรือไม่ และออกแบบหัวเชื่อมอัลตราโซนิกใหม่จากเดิมต้องเชื่อม 4 จุด พลิกผ้า 4 ครั้ง เครื่องนี้จะเชื่อมได้ครั้งละ 2 จุด พลิกผ้า 1 ครั้ง สามารถผลิตได้ประมาณ 5,000-6,000 ชิ้นต่อเครื่อง ต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน ซึ่งถือว่าสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยได้ถึง 50% หากพัฒนาเครื่องมือจนใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพโดยผนวกกับระบบกึ่งอัตโนมัติที่กำลังพัฒนาต้นแบบจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากถึง 6,000-6,500 ชิ้นต่อเครื่อง ต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน คิดเป็น 360,000 – 390,000 ชิ้นต่อ 8 ชั่วโมงทำงาน และมีคุณภาพดีเสมอกัน โดยเมื่อรวมกับเครื่องผลิตหน้ากากอนามัยแบบอัตโนมัติ และกึ่งอัตโนมัติแล้วสามารถเพิ่มกำลังการผลิตรวมได้มากกว่า 30% สำหรับอุปกรณ์ต้นแบบที่ส่งไปให้โรงงานทดลองใช้เพิ่มกำลังผลิตยังทำอยู่ต่อเนื่อง และจะหาแนวทางการลดการหยิบจับ การรับส่งชิ้นงานให้น้อยลงด้วย

รศ.ดร.บวรโชค ผู้พัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจจะยังอยู่ไปอีกสักระยะ ดังนั้นการเพิ่มกำลังผลิตหน้ากากอนามัยที่ยังคงขาดแคลนต้องดำเนินการต่อ โดยในไทยยังมีโรงงานที่พบปัญหาแบบเดียวกัน หากโรงงานนี้ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้แล้ว เราสามารถกระจายความรู้นี้ส่งต่อไปยังโรงงานอื่นๆ ได้ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่ pr@mail.kmutt.ac.th

KMUTT lecturers assist Thai mask industry by innovating equipment and streamlining the process to boost production by 30%

A team of KMUTT researchers has teamed up with Thai Hospital Products Co., Ltd. to accelerate production for ensuring Thai people sufficient supply. The team has 4 members leading by Assoc. Prof. Dr. Bavornchok Poopat and Mr. Nopnarong Sirisatien, KMUTT lecturers at the Department of Production Engineering. Secondly, Mr. Paisal Tangchaisin is a former student of the Department of Production Engineering. Lastly, Mr. Thossaporn Bunthae is from The Institute of Field Robotics (FIBO).

Assoc. Prof. Dr. Bovornchok Poopat revealed the plan after working with the company to help plan and design special equipment to increase their output. Because of the uninterrupted production, the company runs its automatic machines, a semi-automatic machine, and 60 manual ultrasonic welding machines in 2 shifts to raise the output. The limitation of time for maintenance leads the team to work on the development of 60 manual ultrasonic welding machines rather than the automated machines which cannot afford interruption to make the least effect on the current production plan.

Workers have to manually feed ear loops into a manual ultrasonic welding machine and weld them together with a face mask which slows the process and requires certain skills. The skillful workers can have 4,800 pcs/8 hours while less skilled or new workers can produce only 1,200-2,000 pcs/8 hours and the quality has not been consistent. After the team helps the company to change the working procedure for the workers and install additional equipment, a new ultrasonic welder head, the production can be raised to 5,000-6,000 pcs/ 8 hours or a 50% growth of production capacity. If the prototype is fully developed, the output can be increased to 6,000-6,5000 pcs/machine/8hrs or 360,000-390,000 pcs/60 machines/8hrs. Besides, the total capacity of the new machine combines with both automatic and semi-automatic machines will be 30% higher.

มดอาสา มจธ. สู้ภัยโควิด-19

สามารถดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ได้ที่ “หนังสือมดอาสา สู้ภัยโควิด-19”

KMUTT Volunteer Ants fights against COVID-19
Joining forces to consolidate knowledge,
and we will get through this crisis together

หนังสือมดอาสา มจธ. สู้ภัยโควิด-19 มดทำดีเพื่อสังคม จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เพื่อเป็นการรวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวตลอดเส้นทางการปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือสังคม และชาว มจธ. ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) ที่ทุกภาคส่วนล้วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ในประเทศไทยขณะนี้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ โดยรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มเติมจะเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและได้เข้ากักตัวในสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้หรือ State Quarantine ทั้งหมด ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2563 มียอดผู้ป่วยสะสมรวม 3,381 ราย หายป่วยแล้ว 3,199 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 124 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สรุปยอดผู้เสียชีวิตรวม 58 ราย และสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั่วโลก ณ ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อรวม 22 ล้านคน รักษาหายดีแล้ว 14 ล้านคน และมียอดผู้เสียชีวิตรวม 777,000 คน ข้อมูล ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2563 มียอดผู้ป่วยสะสมรวม 3,397 ราย หายป่วยแล้ว 3,222 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 117 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สรุปยอดผู้เสียชีวิตรวม 58 ราย และสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั่วโลก ณ ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อรวม 23 ล้านคน รักษาหายดีแล้วกว่า 16 ล้านคน และมียอดผู้เสียชีวิตรวมกว่า 800,000 คน

ถึงแม้ในขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ในประเทศไทยจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ก็มีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่าอาจจะเกิดการระบาดอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นประเทศไทยยังต้องคงมาตรการป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ไว้และยังไม่สามารถผ่อนปรนได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ประกาศ แนวทางการเข้าดำเนินงานวิจัยในสภาวะวิกฤติการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)

ประกาศศูนย์ปฏิบัติการและให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินต่อสภาวะวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เรื่อง แนวทางการเข้าดำเนินงานวิจัยในสภาวะวิกฤติการระบาดของ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)

รายชื่อบริษัทเอกชนและผู้มีจิตศรัทธา

มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนวัคซีนและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลการฉีดวัคซีนให้กับผู้ใช้บริการจากกระทรวงสาธารณสุข และได้รับความร่วมมือจาก กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นพันธมิตรในการจัดตั้ง รวมถึง มจธ. ยังได้รับการสนับสนุนทั้งเงินบริจาคในการดำเนินการ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ จากบริษัทเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยขอขอบพระคุณ บริษัทเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา ที่สนับสนุน มจธ. เพื่อให้ มจธ. ได้ช่วยประเทศไทย ได้ไปต่อ ดังรายนามดังนี้

โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก ในการสนับสนุนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสนับสนุนทางการแพทย์ประจำหน่วยฯ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพื่อส่งต่อกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ของผู้รับวัคซีน

บริษัท แอร์พลัส แอ๊พพลาย จำกัด ในการมอบตู้ควบคุมอุณหภูมิสำหรับเก็บวัคซีนพร้อม Data logger จำนวน 3 เครื่อง มูลค่า 100,000 บาท และถุงมือยางทางการแพทย์ (Medical Glove) จำนวน 10,000 ชิ้น มูลค่า 80,000 บาท รวมมูลค่า 180,000 บาท

บริษัท แบงเทรดดิ้ง 1992 จำกัด ในการมอบเครื่องวัดความดันแบบสอดแขน จำนวน 5 เครื่องในมูลค่า 300,000 บาท และถุงมือยางทางการแพทย์ (Medical Glove) จำนวน 10,000 ชิ้น มูลค่า 80,000 บาท รวมมูลค่า 380,000 บาท

บริษัท พาราไซแอนติฟิค จำกัด ในการมอบเครื่องวัดความดันแบบสอดแขน จำนวน 3 เครื่องมูลค่า 180,000 บาท และมอบเงินสนับสนุนการจัดทำอุปกรณ์ทางการแพทย์  200,000 บาท รวมมูลค่า 380,000 บาท

บริษัท เอส พี ซี อาร์ที จำกัด บริจาค ถุงมือทางการแพทย์ จำนวน 220 กล่อง จำนวน 11,000 ชิ้น มูลค่า 25,000 บาท และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล พร้อมที่กดแอลกอฮอล์ จำนวน 16 เครื่อง ในมูลค่า 35,000 บาท รวมมูลค่า 60,000 บาท

คุณโทมัส/พัชรี​ สมิทธ์​แอนเดอร์เรเกนท์ บริจาครวมมูลค่า 100,000 บาท
กล่องเคลื่อนย้ายวัคซีน ถังทิ้งเข็มและไซริ้งค์ มูลค่า 50,000 บาท
– กล่องเคลื่อนย้ายวัคซีนขนาดใหญ่ ชนิดควบคุมอุณหภูมิ 2-8 องศา จำนวน 2 กล่อง
– กล่องเก็บวัคซีนขนาดเล็ก ชนิดควบคุมอุณหภูมิ จำนวน 20 กล่อง
– ถังทิ้งเข็มและไซริ้งค์ จำนวน 20 อัน
เข็ม และไซริ้งค์ มูลค่า 50,000 บาท
– เข็มขนาด 25×1 นิ้ว จำนวน 10,000 อัน
– เข็มขนาด 18×1 นิ้ว จำนวน 10,000 อัน
– ไซริ้งค์ ขนาด 1 มล. จำนวน 1,000 อัน
– ไซริ้งค์ ขนาด 5 มล. จำนวน 4,000 อัน

บริษัท แพน แปซิฟิก ปริ้นติ้ง จำกัด บริจาคป้ายประชาสัมพันธ์ พร้อมป้าย/สื่อประชาสัมพันธ์ภายในศูนย์บริการวัคซีน มจธ. มูลค่า 300,000 บาท

บริษัท ยูนิค ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม จำกัด บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 200,000 บาท

บริษัท ชูไพบูลย์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 50,000 บาท

คุณธีราพร วีระวงศ์ บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 50,000 บาท

คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 50,000 บาท

คุณนพฤทธิ์ ภูมิตระกูล บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 30,000 บาท

รศ.ดร.พรปภัสสร ปริญชาญกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มจธ. บริจาคเงินสมทบศูนย์วัคซีน มจธ. จำนวนเงิน 10,000 บาท

น.ส.ธันย์รดี จิรา ด.ช.ธนัท ทรวงสุรัตนกุล และครอบครัว น.ส.ปนันทร์พร จิรโชตินิธิภัทร์ และครอบครัว น.ส.มานี ตินะกุล และครอบครัว น.ส.นันทภัส กาญจโนภาศ และครอบครัว น.ส.กัชชลา ธนานุวัฒน์วัฒนา และครอบครัว บริจาคน้ำดื่มสำหรับแพทย์และอาสาสมัคร มูลค่า 16,250 บาท เพื่อใช้ในศูนย์ฉีดวัคซิน

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา บริจาคอาหารกลางวัน 100 กล่อง มูลค่า 5,000 บาท เจลแอลกอฮอลล์ 100 ชุด มูลค่า 7,500 บาท ยาดม 100 ชุด มูลค่า 1,000 บาท น้ำดื่ม 9 แพ็ค มูลค่า 300 บาท รวมมูลค่า 13,800 บาท

บริษัท จีคอม โซลูชั่น จำกัด บริจาคถุงมือยางทางการแพทย์ จำนวน 200 กล่อง (10,000 ชิ้น) มูลค่า 72,000 บาท

ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจต่างประเทศและพัฒนากระบวนการลูกค้าธุรกิจ (PP) ธนาคารกสิกรไทย โดยมี คุณฐิติมา ศรีชนะ และคุณศุภยา เจริญพันธ์ เป็นผู้แทนส่งมอบคุกกี้ จำนวน 120 กระปุก มูลค่า 6,000 บาท

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนน้ำดื่ม 500 โหล 6,000 ขวด มูลค่า 24,000 บาท

บริษัท ไซติว่า ประเทศไทย จำกัด ( Cytiva Thailand Co. Ltd.) บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 4 เครื่อง มูลค่า 130,000 บาท

บริษัท แคมฟิล (ประเทศไทย) จำกัด บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยฉีดวัคซีน จำนวนเงิน 100,000 บาท

บริษัท เอคแปลนเมนท์ จำกัด บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 10,000 บาท

บริษัท บีแอนด์ ที เจนเนอรัล จำกัด บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 50,000 บาท

บริษัท รักษาความปลอดภัย ฟูลฟาซิลิตี้ จำกัด บริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวน 5,000 บาท

ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสมทบบริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการวัคซีน จำนวนเงิน 3,027 บาท

บริษัท พาราไซแอนติฟิค จำกัด บริจาคเครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 4 เครื่อง มูลค่า 61,632 บาท

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา มอบอาหารกลางวัน จำนวน 100 กล่อง มูลค่า 5,000 บาท

คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ มจธ. บริจาคเงินสดสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยฉีดวัคซีนถาวร จำนวน 20,000 บาท

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริจาคเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ จำนวน 20 แกลลอน มูลค่าประมาณ 25,000 บาท

บริษัท ด๊อกเตอร์ บู จำกัด บริจาคถุงมือยาง มูลค่า 10,000 บาท

กองทุนสำหรับสนับสนุนหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนกลางของ อว. โดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับศิริราชมูลนิธิ มอบเงินสนับสนุนหน่วยให้บริการฉีดวัคซีน มจธ. จำนวนเงิน 120,000 บาท

คุณวิสา แซ่เตีย ที่ปรึกษาสำนักงานอธิการบดี มจธ. บริจาคเงินสมทบศูนย์ฉีดวัคซีน มจธ. จำนวนเงิน 5,000 บาท

รศ. ดร.กิตติชัย ลวันยานนท์ และ ดร.พัชราภรณ์ ลวันยานนท์ อาจารย์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจธ. มอบข้าวกล่องอาหารกลางวัน ขนม น้ำผลไม้ 150 ชุด มูลค่า 15,200 บาท สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร

รวมมูลค่าการบริจาค 2,481,909 บา

ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 64

รศ. ดร.กิตติชัย และ ดร.พัชราภรณ์ ลวันยานนท์ มอบข้าวกล่องอาหารกลางวันให้กับศูนย์บริการฉีดวัคซีน มจธ.

รศ. ดร.กิตติชัย ลวันยานนท์ และ ดร.พัชราภรณ์ ลวันยานนท์ อาจารย์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจธ. มอบข้าวกล่องอาหารกลางวัน ขนม น้ำผลไม้ 150 ชุด มูลค่า 15,200 บาท สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีน มจธ.

กลุ่มนักศึกษาเก่า ร่วมกับ มจธ. ส่งมอบรถเข็นความดันลบแบบนั่งและนอน และชุด PPE มอบ 3 รพ.ใน จ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 กลุ่มนักศึกษาเก่า มจธ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ดำเนินการส่งมอบรถเข็นความดันลบแบบนั่งและนอน รวมถึงส่งมอบชุดคลุมปฏิบัติการสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (ชุด PPE)ให้แก่ 3 โรงพยาบาลในจังหวัดราชบุรี ในการนี้ทางมจธ. ได้มอบให้คุณบัลลังก์ สาธร เป็นผู้แทนการส่งมอบ ประกอบด้วย รถเข็นความดันลบแบบนั่งมอบให้กับโรงพยาบาลปากท่อ จำนวน 1 คัน และรถเข็นความดันลบแบบนอนมอบให้กับโรงพยาบาลสวนผึ้ง จำนวน 1 คัน และส่งมอบชุดคลุมปฏิบัติการสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (ชุด PPE) จำนวน 100 ชุด มอบให้กับโรงพยาบาลบ้านคา ตามโครงการจัดทำหุ่นยนต์ขนส่งยาและอาหาร "มดพิทักษ์" และรถเข็นความดันลบเพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลในจังหวัดราชบุรี